บำรุงร่างกาย

บำรุงร่างกาย 10 วิตามินบำรุงร่างกาย 5 สุดยอดอาหารบำรุงร่างกาย ดีต่อสุขภาพแบบเต็มเปี่ยม !!

การทานวิตามินแต่ละตัว เพื่อเป็นการเติมสารอาหารต่างๆ ที่ร่างกายขาดหายไป นอกจากจะเป็นการบำรุงสุขภาพร่างกายแล้ว ยังเป็นการบำรุงผิวและเส้นผมอีกด้วย ดังนั้นเพื่อให้การทานวิตามินได้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินได้ดี จึงจำเป็นต้องทานให้เป็นเวลา มาดูกันเลยค่ะว่าวิตามินที่สาวๆ กำลังทานอยู่นั้นควรทานในช่วงไหนกันบ้าง บำรุงร่างกาย

1.วิตามินเอ
วิตามินเอเป็นวิตามินที่สามารถละลายได้ดีในไขมัน ช่วงเวลาที่ควรกินคือระหว่างมื้ออาหาร หรือจะกินหลังอาหาร 30 นาทีก็ได้เช่นกัน

2.วิตามินบี
การกินวิตามินบีเพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ดี ควรกินในช่วงเช้าขณะที่ท้องว่าง หรือสำหรับใครที่ทานในช่วงท้องว่างแล้วเกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร แนะนำให้กินระหว่างมื้อเช้าหรือหลังอาหารเช้าแทน

3.วิตามินซี
ในส่วนของวิตามินซีนั้นควรกินหลังอาหารเช้า เนื่องจากเป็นวิตามินที่มีกรด อาจทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร ซึ่งการกินวิตามินหลังอาหารถือเป็นประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากอาหารเป็นตัวช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินซีได้ดียิ่งขึ้น

4.วิตามินดี
ช่วงเวลาที่ควรกินวิตามินดีก็คือระหว่างมื้ออาหารหรือหลังอาหารเช้าไม่เกิน 30 นาที และควรหลีกเลี่ยงการกินวิตามินดีในช่วงบ่ายแก่ๆ เพราะจะส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ

5.วิตามินอี
ร่างกายจะทำการดูดซึมวิตามินอีได้ดียิ่งขึ้น หากทานร่วมกับอาหารประเภทที่มีไขมันเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นโยเกิร์ต อัลมอนด์ อะโวคาโด และถั่วชนิดต่างๆ

6.วิตามินเค
วิตามินเคเป็นวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน ดังนั้นจึงควรกินวิตามินชนิดนี้ในระหว่างมื้ออาหารหรือหลังอาหารไม่เกิน 30 นาทีจะดีที่สุด

7.แคลเซียม
แคลเซียมคาร์บอเนตเป็นแคลเซียมที่ต้องใช้กรดในกระเพาะอาหารช่วยในการแตกตัว จึงควรกินแคลเซียมชนิดนี้หลังทานอาหารทันที ส่วนแคลเซียมซิเตรตควรกินในช่วงที่ท้องว่าง เนื่องจากร่างกายจะทำการดูดซึมได้ดีกว่า ทั้งนี้ไม่ควรกินแคลเซียมซิเตรตพร้อมกับการทานผักในปริมาณมาก เพราะจะทำการขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย

8.ธาตุเหล็ก
ธาตุเหล็กควรกินตอนท้องว่าง เพราะเป็นกลุ่มแร่ธาตุชนิดละลายน้ำ หากต้องการให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กอย่างเต็มที่ แนะนำให้กินร่วมกับอาหารที่มีวิตามินซีสูง จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้น

9.น้ำมันปลา
น้ำมันปลาควรกินหลังทานอาหารไม่เกิน 30 นาที เพราะร่างกายจะทำการดูดซึมน้ำมันปลาได้ดีมากๆ สำหรับผู้ที่ทานยาแอสไพรินควรงดกินวิตามินชนิดนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเลือดออกง่ายหรือเลือดไหลไม่หยุด

10.คอลลาเจน
คอลลาเจนควรกินในช่วงที่ท้องว่างและดื่มน้ำตามในปริมาณมากๆ เพื่อให้ร่างกายดูดซึมคอลลาเจนได้โดยที่ไม่ถูกกรดในกระเพาะอาหารทำลาย และหากต้องการให้เกิดการดูดซึมคอลลาเจนที่ดียิ่งขึ้น แนะนำให้ทานควบคู่กับวิตามินซี

การกินวิตามินหรืออาหารเสริมทุกชนิดจะได้ผลที่ดียิ่งขึ้นเมื่อสาวๆ รู้จักทานให้ถูกเวลา แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรทานในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหรือเกิดการสะสมในร่างกาย สำหรับใครที่มีปัญหาสุขภาพหรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทาน

 

5 สุดยอดอาหารบำรุงร่างกาย ดีต่อสุขภาพแบบเต็มเปี่ยม !!

สุขภาพของเราจะดีหรือแย่ ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง โดยเฉพาะในเรื่องอาหารการกิน ที่จะยกลำดับความสำคัญให้เป็นที่ 1 ก็คงไม่ผิดนัก เพราะอย่างที่เห็นกันค่ะว่าโรคภัยไข้เจ็บมาเยือนก็เพราะเราขาดความใส่ใจด้านสุขภาพ กินอาหารที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นหากอยากเลี่ยงโรคภัย พร้อมทั้งบำรุง ดูแลสุขภาพไปด้วยในตัว สิ่งที่เราควรทำมากที่สุดก็คือการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์กับสุขภาพเป็นอันดับแรก

          …ว่าแต่อาหารเพื่อสุขภาพแบบไหนล่ะที่จะให้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย บำรุงสุขภาพ และช่วยปกป้องเราจากโรคภัยต่าง ๆ ได้ดี ว่าแล้วก็มาดูกันเลย

 

1. รังนก
          อาหารเพื่อสุขภาพที่สำคัญอย่างหนึ่งที่เราไม่ควรพลาดก็คือรังนกแท้ค่ะ เพราะรังนกแท้เปรียบเสมือนอาหารบำรุงร่างกายตามตำรับชาวจีน ซึ่งช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ลดอาการอ่อนเพลีย ลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกายให้กลับเป็นปกติ จัดเป็นอาหารช่วยบำรุงธาตุอย่างหนึ่ง

          ซึ่งในปัจจุบันนี้ ก็มีการศึกษาทดลองที่พบว่าในรังนกมีสารอาหารที่สำคัญอย่าง NANA หรือ N-ACETYLNEURAMINIC ACID และ EGF หรือ EPIDERMAL GROWTH FACTOR ซึ่งช่วยซ่อมแซม ส่งเสริมการสร้าง และช่วยกระตุ้นการเติบโตของเซลล์เยื่อบุผิว จึงมีส่วนช่วยทำให้ผิวพรรณสดใส ดูอ่อนกว่าวัย ช่วยกระตุ้นเม็ดเลือดขาว เป็นตัวช่วยสำคัญในการป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคและไวรัสชนิดต่าง ๆ รวมไปถึงยังพบว่าในรังนกมีสารที่ช่วยบำรุงระบบทางเดินหายใจ บรรเทาอาการหวัดและภูมิแพ้ด้วย

2. จมูกข้าวญี่ปุ่น
          เพราะสมองคืออวัยวะสำคัญ ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานทุกอย่างของร่างกาย ดังนั้นเราต้องบำรุงสมองด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมองและเสริมสร้างความจำ อย่าง “จมูกข้าวญี่ปุ่น” เพราะจมูกข้าวญี่ปุ่นอุดมไปด้วย 4 สุดยอดสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง อันได้แก่ กาบา, กรดไขมันโอเมก้า 3, วิตามินบี 12 และฟอสโฟไลปิด ซึ่งต่างก็มีคุณสมบัติที่ดีต่อสมอง ทั้งช่วยกระตุ้น บำรุง ดูแล และซ่อมแซมระบบประสาทและสมองของเราได้อย่างรอบด้าน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มสมาธิและเสริมสร้างความจำได้เป็นอย่างดี
3. ยูโรเปียนแพร์
          แพร์ หรือยูโรเปียนแพร์ เป็นผลไม้ที่มีเส้นใยสูง และอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่ดีต่อหัวใจถึง 2 ชนิดด้วยกัน คือ “ไฟเบอร์เพคติน” ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยดักจับคอเลสเตอรอลก่อนถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และยังช่วยขัดขวางการดูดซึมของไขมันไม่ให้เข้าสู่กระแสเลือด อีกสารอาหารสำคัญก็คือ “วิตามินซี” ที่ช่วยป้องกันและมีส่วนช่วยยับยั้งการทำงานของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี จึงช่วยป้องกันเส้นเลือดอุดตัน ทั้งยังช่วยเพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ รวมทั้งช่วยต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้นประโยชน์ของยูโรเปียนแพร์จึงช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคความดันโลหิตได้อย่างไม่ต้องสงสัย
4. มานูก้าฮันนี่ หรือน้ำผึ้งมานูก้า
          คือน้ำผึ้งแท้ 100% จากนิวซีแลนด์ที่ถูกขนานนามว่าเป็นน้ำผึ้งที่ดีที่สุดในโลก ! โดยจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า น้ำผึ้งมานูก้ามีคุณสมบัติที่เหนือกว่าน้ำผึ้งทั่วไปในการบำรุงผิว ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่สำคัญยังช่วยต่อต้านแบคทีเรียและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ในน้ำผึ้งมานูก้ายังประกอบไปด้วยกรดอะมิโน 16 ชนิด รวมไปถึงแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย จึงมีส่วนช่วยในการเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยปรับสมดุลในระบบย่อยอาหาร แก้ท้องผูก บำรุงเลือด แก้นอนไม่หลับ บรรเทาอาการไอ และยังช่วยลดความรุนแรงของโรคกรดไหลย้อนได้ด้วย
5. โสมเกาหลี
          โสมเกาหลีเป็นที่ยอมรับในวงกว้างว่าเป็นโสมที่ดีที่สุด เพราะอัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องด้วยมีสารสำคัญอย่างจินเซนโนซายด์ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยบำรุงสุขภาพภายใน ทั้งช่วยปรับสมดุลร่างกายตามธรรมชาติ ช่วยส่งเสริมการทำงานของไต มีส่วนช่วยในการกำจัดสารพิษในตับ ช่วยบำรุงสมอง และระบบประสาท ช่วยเสริมสร้างความจำ บรรเทาความเครียด ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด แถมยังมีส่วนช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า และยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัยด้วยนะคะ

          และจะดียิ่งขึ้นไปอีกหากเราจะหลีกเลี่ยงน้ำตาลที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ มากมาย ซึ่งไซลิทอลถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพโดยการหลีกเลี่ยงน้ำตาล เพราะไซลิทอลเป็นสารให้ความหวานที่ถูกสกัดมาจากธรรมชาติโดยตรง จึงมีความปลอดภัยสูง และดีต่อคนที่ควบคุมน้ำหนัก หรือคนที่ต้องระวังเรื่องน้ำตาลเป็นพิเศษอย่างผู้ป่วยโรคเบาหวาน เนื่องจากไซลิทอลให้ความหวานเทียบเท่าน้ำตาล แต่ให้พลังงานน้อยกว่าน้ำตาลทรายประมาณ 40% นอกจากนี้ไซลิทอลยังเป็นสารให้ความหวานที่ไม่มีผลต่อการเพิ่มปริมาณน้ำตาลในเลือด และยังช่วยรักษาสมดุลของภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้อีกด้วย จึงถือได้ว่าไซลิทอลเป็นความหวานที่ไม่ทำร้ายสุขภาพให้เป็นกังวลเลย

ซึ่งปัจจุบันก็มีเครื่องดื่มรังนกแท้สูตรไซลิทอลที่มีส่วนผสมของสุดยอดอาหารสำคัญข้างต้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นจมูกข้าวญี่ปุ่น ยูโรเปียนแพร์ มานูก้าฮันนี่ หรือโสมเกาหลี ให้ได้เลือกรับประทานเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้เราได้ทานอาหารที่มีคุณประโยชน์อย่างมากสำหรับการดูแลตัวเองและช่วยบำรุงร่างกายได้แบบคูณสองเลย บำรุงร่างกาย

อาหารเสริมบำรุงสมองวัยเรียน Blackmores Fish Oil 1000

        น้ำมันปลา Blackmores Fish Oil 1000 เป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่สำคัญ 2 ชนิด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของระบบประสาทและสมองวัยเรียน ได้แก่ DHA และ EPA โดย DHA มีบทบาทสำคัญในการรักษาโครงสร้างการทำงานของสมอง ส่วน EPA มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ปกป้องสมองจากความเสียหายต่างๆ การกินอาหารเสริมบํารุงสมอง ความจำ ที่มี DHA และ EPA จะช่วยทำให้เลือดในสมองไหลเวียนได้ดี ทำให้สมองมีสุขภาพดี ความจำดีขึ้น ช่วยให้สมองสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะซึมเศร้า ความจำเสื่อมและลดระดับความเครียดลงได้

 

อาหารเสริมบำรุงสมอง Puritan s Pride Resveratrol

        ยาบํารุงสมอง ที่ดีที่สุด Resveratrol เป็นสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติที่มักพบได้มากในผลไม้ที่มีสีม่วงและสีแดง เช่น องุ่นหรือราสป์เบอร์รี่ ที่มีส่วนช่วยเพิ่มการทำงานของสมองและปรับปรุงหน่วยความจำ โดย Puritan s Pride Resveratrol เป็นอาหารเสริมบํารุงสมองและระบบประสาท ที่มีประสิทธิภาพในการชะลอการเสื่อมสภาพของสมองในกลุ่มฮิปโปแคมปัส ช่วยให้สมองมีความแข็งแรง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความจำเสื่อม นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาหนึ่งในกลุ่มผู้สูงอายุพบว่า การกิน resveratrol 200 มิลลิกรัมต่อวันติดต่อกัน 26 สัปดาห์จะช่วยให้มีความจำดีขึ้นได้

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *